เด็กคิด Sweet junior วัยหวานในความเป็นไทยด้วยกระแสใหม่แห่งสากล
เด็กคิด Sweet junior วัยหวานในความเป็นไทยด้วยกระแสใหม่แห่งสากล
เด็กคิด Sweet junior วัยหวานในความเป็นไทยด้วยกระแสใหม่แห่งสากล
เด็กคิด Sweet junior วัยหวานในความเป็นไทยด้วยกระแสใหม่แห่งสากล



Public Policy


Art Gallory

ข่าวเยาวชน


สาร(ะ)ไร้สา(ระ)
ลิ้งเพื่อนบ้านเรา
www.cfay.org

Create By

Contact Us
อะไรที่ไหนเมื่อไหร่
รับรู้สิ่งแวดล้อม
บอกมาจัดให้
นิทานโลก
หน้าแรก
Webboard
กิจกรรมเด็กคิด
Radio on net
 


Asian music conner

K-Original Sound Track
HK , TW , C - Music
K-Pop Music : Nice Song
HK , TW , C - Music
J-Music
J-Original Sound Track
Thai music conner

Thai music update
Lylic update
Web directory
Wave & Sound
พบเด็กไทยฟังนิทาน 12 ครั้งต่อปี
ที่มา : http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01lif01130150&day=2007/01/13
วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10535

กรมอนามัยจี้พ่อแม่เล่าเพิ่มไอคิว-อีคิว


นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงส่งเสริมให้พ่อแม่เล่านิทานเพื่อพัฒนาการไอคิว และอีคิวว่า ปัจจุบันของเล่นเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กได้ผลิตจำหน่ายกันมากมาย แต่หนังสือนิทานก็ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญอันดับต้นๆ ที่กรมอนามัยสนับสนุนให้พ่อแม่ได้เลือกใช้ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยตามช่วงอายุโดยรณรงค์ให้พ่อแม่อ่านนิทานให้ลูกฟังมากขึ้น เพื่อส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านไอคิว อีคิว ที่ดีตามมา


จากการสำรวจสถานการณ์การเล่านิทานของครอบครัวไทยพบว่าครอบครัวไทยมีพฤติกรรมการเล่านิทานในรอบ 1 เดือน 59.1% และเล่านิทานเพียง 1-5 ครั้ง ต่อเดือนเท่านั้น และกว่า 40% ของพ่อแม่ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างได้เล่านิทานให้ลูกฟังในช่วงอายุ 1-12 เดือน และอีกกว่า 30% เล่านิทานให้ลูกฟังในช่วงอายุ 3-24 เดือน ส่วนวิธีการเล่านิทานนั้นพบว่าพ่อแม่ 40% ใช้วิธีการอ่านนิทานให้เด็กฟัง


นพ.ณรงค์ศักดิ์กล่าวต่อไปว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กไทยในกลุ่มอายุ 6-13 ปี ซึ่งได้มีการสำรวจสติปัญญาในปี 2545 พบว่ามีค่าเฉลี่ยระดับเชาว์ปัญญาโดยรวมเท่ากับ 88.5 และปี 2546 ในกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุ 13-18 ปี ซึ่งมีระดับเชาว์ปัญหาเฉลี่ยเท่ากับ 89.9 ได้มีค่าเฉลี่ยระดับเชาว์ปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติคือ 110
พ่อแม่จึงต้องเป็นบุคคลที่รับบทบาทสำคัญที่สุดที่จะสร้างเสริมพัฒนาการของเด็ก โดยใช้นิทานเป็นสื่อพัฒนาทักษะการฟัง การพูด ให้ความรู้ ความสนุกสนานและจินตนาการแก่เด็ก อีกทั้งฝึกสมาธิให้เด็กสำรวมจิตใจให้จดจ่ออยู่กับเรื่องที่ฟังเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการอ่านหนังสือ และปลูกฝังคุณธรรม รวมทั้งนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็กไปพร้อมกัน โดยเฉพาะในช่วงระยะ 6 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการวางรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ พ่อแม่จึงควรอ่านนิทานให้ลูกฟังสม่ำเสมอวันละครั้งก่อนนอน และแม่สามารถเล่านิทานได้ตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ด้วย


"ทั้งนี้ หนังสือนิทานที่ดีควรเป็นเรื่องสั้นที่เด็กดูภาพหรือฟังเรื่องราวเข้าใจได้ง่ายไม่ซับซ้อน สนุกสนาน เนื้อเรื่องน่าติดตาม ใช้ภาษาถูกต้อง ตัวอักษรมีสีเข้มอ่านได้ชัดเจน มีภาพประกอบสีสันสวยงาม และควรเป็นภาพวาดหรือภาพเขียนมากกว่าภาพถ่าย ซึ่งนิทานที่พ่อแม่นิยมนำมาอ่านให้ลูกฟังเรียงตามลำดับจากมากไปน้อย คือ นิทานคติธรรม นิทานพื้นบ้าน และนิทานนานาชาติ" นพ.ณรงค์ศักดิ์กล่าว