รายการคุยให้คิด
เวลา 09.00-10.00
จันทร์ถึงเสาร์
ร่มธรรม ร่มแห่งเมือง สู่ร่มใจ


       แทบไม่น่าเชื่อว่า อัสดงแห่งอุตสาหกรรมฯ ที่เราเคยฟังกำลังปกคลุมประเทศไทย โรงงานสิ่งทอไทยศิลป์ ฉายภาพอนาคตชัดขึ้นเรื่อย ๆ โรงงานสับปะรดที่ประจวบ ฯ เริ่มขนลุกตามหลังในขณะที่ประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ค่าเงินแข่งไม่เกิน 5 % ของ GDP   แต่ไทย.....อะโต้ย 18% แล้วครับ ขณะเดียวกันได้ยินเสียงเกษตรกร พูดถึงการกลับบ้านของควายว่า วันนี้เมืองไทยมีควาย 1 ล้าน 3 แสนตัว น่านำกลับมาช่วยชาติ เพื่อชีวิตที่พอเพียงดีกว่า ในขณะยุโรปกำลังทำ ควายฟาสฟู๊ดกินอย่างสุดแซบ! ผมไม่แน่ใจว่า ถ้าน้ำมันในโลกเหลือน้อยราคาแพงจัด...ควายค่อย ๆ หายจากโลก เราไม่ต้องใช้คนไถนาเรอะ หรือใครคิดว่ากินอย่างอื่นแทนข้าวได้ตลอดชีวิต...แต่ยังไงเสียอยู่เมืองไทยต้องรอดสิน่า...ทำไมเชื่ออย่างนั้น.....



       15 ก.ค. 2550 ......เรือลำเล็ก ๆ นำชีวิตที่มีความเชื่อในความสุขที่เราเรียกว่า....บุญ  นำเทียนพรรษาล่องคลองอู่ตะเภา จากจุดเริ่มต้นที่วัดคลองแห ที่รวมจิตรวมใจผ่านความรักที่เคยทำงานร่วมกันทั้งเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา,สหกรณ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ,เครือข่ายครู,หอการค้าจังหวัดสงขลา,คณะกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมฯ และสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โรตารี่คอหงส์และโรตารี่โคกเสม็ดชุนหาดใหญ่ รวมทั้ง อบจ. , อบต. , ผู้ใหญ่บ้านและชุมชนริมคลองคือคำตอบร่วมกัน เรือลำเล็กลอยเรียงกันเพื่อนำเทียนพรรษาถวายจากวัดคลองแห สู่วัดนารังนก,วัดคลองอู่ตะเภา,วัดดอน,และลงท้ายที่วัดคูเต่า  จากปัจจัยเล็ก ๆ ผ่านมือเด็กสู่มือผู้ใหญ่ ปันหัวใจทั้งผู้สูงวัยได้ยอดปัจจัยในเรือนหมื่น บอกผู้คนเป็นนัน ๆ ว่า ถ้าร่วมกันทำอะไรซักอย่างเอาหัวใจว่าง ๆ ที่ตั้งใจเพื่อคนอื่นบ้าง ยังไงไทยก็รอด  หลังทานข้าวกลางวัน วงเสวนาก็เริ่มขึ้นใต้ร่มไม้ริมคลองของวัดคูเต่า ดาบนิคมฉายภาพอดีตของคลองอู่ตะเภา กับการเติบโตของผู้คนริมน้ำ และมองภาพปัจจุบันว่า คูเต่าจะให้ความสุขแก่ผู้มาเยือนอย่างไร จึงลองทำโฮมสเตย์,จัดค่ายเยาวชนติดความสนุกให้คิด คือ ให้เด็กหุ้งข้าวแต่ต้องไปหาอาหารจากผักและปลาธรรมชาติ  เด็กสนุกกับวิถีและความอร่อยแบบพื้นบ้าน



       ในขณะอาจารย์สดใส ขันติพงษ์ ให้ความคิดว่าชุมชนต้องเอาจริงกับสิ่งแวดล้อม ไม่เช่นนั้น ความงดงามจะมีอยู่แค่ในนามจากหน้าหนังสือมากกว่าความประทับใจ ที่มีชีวิตบังหรูญผู้ใหญ่ของวัดคูเต่า เล่าความถึงอุปสรรค มักจะมาจากคนที่เห็นธรรมชาติ คือเส้นทางสายเก่า แล้วมักจะต่อเติมทางสายใหม่ให้เข้ากับความสะดวก จนลืมไปว่า การเดินผ่านความสะดวกมักจะลบความงามของธรรมชาติที่คนไม่สามารถวาดขึ้นมาใหม่ได้



       ต่อให้เกิดชาติใหม่...การแห่เทียนพรรษาของเช้าวันที่ 15 ก.ค. 2550 เป็นภาพที่เรามองผ่านวัฒนธรรมชุมชน และสัมผัสความงดงามแห่งธรรมชาติ การเดินตามธรรมะเหมือนครั้งธรรมยาตราเคลื่อนที่เชื่อมใจชุมชนให้ทุกคนสัมผัสบุญ และความรู้ร่วมกัน ผมจังจำเมื่อครั้งสนทนาธรรมกับพระครูสิริญาณวิมล แห่งสำนักสงฆ์เกาะบก พระครูเล่าให้ฟังว่า เคยคุยกับเด็ก ๆ เรื่องความรู้ เด็กตั้งคำถามน่าคิดว่า ถ้าสังคมเราคิดว่า องค์จตุคาม ช่วยทุกอย่างได้...แล้วผมจะเรียนหนังสือไปทำไม? ...ตอบเด็กทีครับ...ไปละ        





                                                      

โดยชัยวุฒิ    เกิดชื่น        
24/07/50