ที่มา http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9480000079678
หลังจากที่สื่อมวลชนทั่วโลกต่างประโคมข่าวการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของ ดีป โธรต ผู้แฉคดีวอเตอร์เกต จนสามารถโค่นเก้าอี้ของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันได้สำเร็จ คุณธวัชชัย สมาชิกแฟนคลับถามตอบรอบโลกจึงเขียนอีเมลมาถามถึงที่มาที่ไปของคดีก้องโลกดังกล่าว
ก่อนอื่นขอเท้าความให้ผู้อ่านที่ไม่ค่อยมีเวลาติดตามข่าวสารโลกเท่าไรนักได้ทราบก่อนว่า เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มาร์ก เฟลต์ อดีตรองผู้อำนวยการเอฟบีไอได้ให้ครอบครัวมาเปิดเผยว่าเขา คือ ดีป โธรต แหล่งข่าวสำคัญของ บ็อบ วูลเวิร์ด และคาร์ล เบิร์น สตีน สองนักข่าวแห่งหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ผู้ตีแผ่เบื้องลึกคดีวอเตอร์เกตอันโด่งดัง
คดีวอเตอร์เกตเริ่มต้นขึ้น เมื่อตำรวจจับคนร้ายจำนวนหนึ่งที่พยายามบุกเข้าไปในโรงแรมวอเตอร์เกต ในกรุงวอชิงตัน อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ระดับชาติของพรรคเดโมแครต ได้เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1972 ซึ่งต่อมาพวกเขาพบว่า บรรดาคนที่ถูกจับเหล่านี้ต่างทำงานให้แก่สำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ)
แฟรงค์ วิลส์ ยามรักษาความปลอดภัยประจำส่วนที่เป็นสำนักงานของโรงแรมพบว่า มีเศษเทปติดอยู่ที่ประตูห้องใต้ดินของอาคารส่วนที่เปิดไปโรงรถ ซึ่งทำให้ประตูไม่ได้ล็อก ตอนแรกเขาคิดว่าคนทำความสะอาดอาจจะลืมไว้จึงดึงออก แต่เมื่อกลับมาดูอีกครั้งก็พบว่ามีเทปติดอยู่อีก วิลส์จึงติดต่อไปยังตำรวจวอชิงตันดี.ซี.
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงก็สามารถจับกุมเบอร์นาร์ด บาร์เกอร์, เวอร์จิลิโอ กอนซาเลซ, ยูจินิโอ มาร์ติเนซ, เจม แม็คคอร์ด และแฟรงค์ สเตอร์กิส มือมืดที่ย่องเบาเข้ามาในอาคารโรงแรมวอร์เตอร์เกต โดยก่อนหน้านี้กลุ่มคนร้ายเคยแอบเข้าในออฟฟิศแห่งนี้แล้วเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนถูกจับ
จากการสอบสวนพบว่า ในสมุดโน้ตของแม็คคอร์ด หนึ่งในคนร้าย มีหมายเลขโทรศัพท์ของโฮเวิร์ด ฮันต์ อดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่ง ซึ่งทำให้สันนิษฐานได้ว่า คดีนี้น่าจะมีเงื่อนงำทางการเมือง นอกจากนี้แม็ค คอร์ดยังสารภาพกับศาลด้วยว่า เขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอปลดเกษียณ
ด้วยการขุดคุ้ยเจาะข่าวของสื่อมวลชนหลายแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ทำให้มีการเปิดโปงสาวลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนมีการระบุว่า ทำเนียบขาวของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ผู้นำสหรัฐฯ และหัวหน้าพรรครีพับลิกันในขณะนั้น เป็นผู้สั่งการให้บุคคลเหล่านี้แอบเข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ดักฟังในสำนักงานพรรคฝ่ายตรงข้าม
เมื่อเรื่องราวฉาวๆ แดงขึ้นมาจนรู้ตัวผู้บงการ ประธานาธิบดีนิกสันจึงยอมประกาศลาออกถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในช่วงค่ำของวันที่ 8 สิงหาคม 1974 ก่อนที่รัฐสภาอเมริกันจะถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี
ที่มาที่ไปคดี วอเตอร์เกต